
ศิษย์น้อยฝึกวิชา
Sex :  Post : 202 สมาชิกลำดับที่ : 4048 |
|
Summary 2 :
การเลือกยาฉีดปลาจากอาการแสดงออกของปลา ฉบับย่อ
ฉบับเต็ม จะอยู่ใน2Commentถัดไป
กลุ่มอาการที่1 (และร่วมกับกลุ่มอาการที่3)
1.1)ตัวสั่นหัวส่ายครีบลู่หางลีบ แต่ยังหายใจไม่เร็วมาก และยังมีแรงว่ายหนี
เลือก Amikacin / Lincomycin / Cef-3(หมายถึงตัวไหนก็ได้ตัวเดียว)
1.2)ตัวสั่นหัวส่ายครีบลู่หางลีบ หายใจเร็วมาก + ไม่มีแรงว่ายหนี หรือนอนตะแคง
เลือกอันดับที่ 1 Lincomycin
เลือกอันดับที่ 2 Amikacin
เลือกอันดับที่ 3 Cef-3
(ทางเลือกที่2,3ใช้กรณีไม่มีLincomycinเท่านั้น แต่ถ้าเลือกได้ให้ควรหา Lincomycinมาใช้จะดีที่สุด เพราะ? ลองดู1.3 และB)
1.3)มีอาการ ในข้อ 1.1 + มีอาการตาขุ่น
เลือกอันดับที่1 Amikacin
เลือกอันดับที่2 cef-3
( Amikacinดีกว่าเพราะหากฉีดไม่ฟื้นจะพัฒนาไปเป็นข้อ1.4 เราก็แค่ฉีดร่วมกับLincomymycin
1.4)มีอาการ ในข้อ 1.2 + มีอาการตาขุ่น เลือก เลือกอันดับที่1 Lincomycin+Amikacin(หมายถึงฉีดทั้ง2ตัวร่วมกัน)
เลือกอันดับที่2 cef-3 (ถ้าหาLincoฯ+Amikacinไม่ได้จริงๆเท่านั้น)
ข้อควรระวัง
A-หากปลามีอาการท้องป่อง/ตัวบวม/เกล็ดพอง(คือมีอาการSepsisจากระบบของทางเดินอาหาร/ขับถ่าย/ไต)
ต้องหลีกเลี่ยง การใช้Amikacinโดยเด็ดขาด และLincomycinก็ควรหลีกเลี่ยง
ให้เลื่อนระดับใช้Cef-3เป็นตัวเลือกที่1 เท่านั้น
B-ห้ามใช้ Amikacinร่วมกับCef-3เด็ดขาด
C-แม้ว่าCef-3จะติดโผมาในทั้ง4อาการแต่ก็ขอให้ยกเลิกความคิดว่า Cef-3คือยาที่ดีที่สุด เพราะ ในกลุ่ม1.2 และ 1.4
Cef-3แค่มาช่วยลดเชื้อบ้าง แต่อัตรารอดได้ต่ำว่าตัวเลือกที่1อย่างเทียบกันไม่ได้ ที่สำคัญ มีโอกาส แพ้ หรือ ช็อคคาเค็ม ได้มากกว่ายาตัวอื่น
D-ยกเลิกความคิดว่า ถ้าCef-3เอาไม่อยู่ต้องAmikacinเพราะแรงกว่า
ขออธิบายสั้นๆว่า เก่งกันคนละด้าน(ถ้าหัวพอๆกัน แต่ถ้าระบบหายใจ(เหงือก) Amikacinดีกว่า แต่ถ้าต่ำกว่าอกCef-3ดีกว่า ในขณะที่Amikacinไม่ดีแถมเป็นพิษต่อ ไต และตับ +ระคายเคืองลำไส้
2-กลุ่มอาการที่2 (และรวมกับกลุ่มอาการที่3)
กรณีปลาไม่มีอาการตัวสั่นหัวส่ายครีบลู่หางลีบ (คือไม่มีการติดเชื้อที่ระบบหายใจ) ครีบและการว่ายดูปกติ แต่ว่ายไม่มีแรง ว่ายน้ำช้า เหมือนซึมๆ กินอาหารน้อยหรือไม่กิน เคี้ยวนานหรือกินช้า ทั้งที่การหายใจปกติ แบ่งเป็น
2.1ครีบและการว่ายดูปกติ แต่ว่ายไม่มีแรง ว่ายน้ำช้า เหมือนซึมๆ กินอาหารน้อยหรือไม่กิน เคี้ยวนานหรือกินช้า ทั้งที่การหายใจปกติ ไม่มีอาการ(ท้องบวม,ตัวบวม,เกล็ดพองร่วม)
เลือกอันดับที่1 Enrofloxain
เลือกอันดับที่2 Cef-3
2.2-อาการตาม2.1 แต่ หายใจช้ามาก
เลือกอันดับที่1 Cef-3
เลือกอันดับที่2 Amikacin(ซึ่งหากเลือกAmikacinต้องมั่นใจว่า หายใจช้าจริงๆเท่านั้น) เพราะหากวินิจฉัยผิด(เพราะไม่ได้หายใจช้าจริงๆ กลายเป็น ว่ายน้ำอ่อนแรงจากขาดอาหาร จากSepsis ที่ทางเดินฯอาหารระยะที่ยังไม่บวม การให้Amikacinจะทำร้ายปลา ดังนั้นต่อกรณีนี้ถ้าไม่มั่นใจใชCef-3ไว้ก่อน ไม่จำเป็นไม่เสี่ยงใช้Amikacin
2.3 อาการตาม2.1 (ย้ำหายใจปกติ)แต่มีอาการท้องบวม,ไม่มีตัวบวม,ไม่มีเกล็ดพอง
เลือกอันดับที่1 Enrofloxain
เลือกอันดับที่2 Cef-3(อาการข้อนี้อาจพัฒนามาจาก2.1)
2.4อาการตาม2.1 (ย้ำหายใจปกติ)+,ตัวบวม,มี/ไม่มีเกล็ดพอง
เลือกอันดับที่1 Cef-3
เลือกอันดับที่2 Enrofloxain
(อาการข้อนี้อาจพัฒนามาจาก2.1 เช่นกัน)
สังเกตุ :
1-ถ้าไม่มีอาการ ตัวสั่นหัวส่าย ครีบลู่ หางลีบ
2-Lincoมักไม่ใช้ในกรณีติดเชื้อในระบบนี้
3-ถ้าไม่เห็นว่าอ่อนแรงหายใจช้าจริงๆๆ ตัวไม่พอง ท้องไม่พอง จะไม่ใช้Amikacin เพราะถ้าใช้แล้วเกิดพลาดไม่หาย แล้วท้องหรือตัวมาพองในภายหลังจะเปลี่ยนเป็นCef-3ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนไปใช้Enroแทน
สำคัญมาก
ยาทั้งAmikacin กับ Cef-3 มีพิษต่อตับ ดังนั้น
1-ถ้าตาไม่ขุ่น แต่ตาเหลือง
2-ปลาที่สีขาว ไม่กินอาหารหลายวัน ไม่ได้เร่งสี แล้วสีเปลี่ยนเป็นเหลือง
3-ปลาสีอื่น สีซีดลงมากชัดเจน
ควรหลีกเลี่ยง 2ตัวนี้ แล้วให้ไปใช้LincoกับEnroแทนจะมีโอกาส รอดมากกว่า เพราะถ้าใช้Amikacin หรือ Cef-3จะทำให้ปลาตายเร็วขึ้น
นี่คือเหตุผลว่า Cef-3 อาจไม่ใช่ยาดีที่สุด แม้ออกฤทธิ์ได้กว้างสุดๆ
ขอยกตัวอย่างClassic ตลอดการณ์
1)เห็นหนอนสมอลงบ่อ ไม่ตรวจปลาว่ามีปลาป่วย ที่ครีบลู่หางลีบไหม? ท้องป่องไหม? เอาดิพทีเร็กซ์ หรือ ดิมิลีนลงทันที (หรือไม่รู้อะไร เห็นป่ลาป่วย นึกได้ปรสิตไว้ก่อน ดิมิลีนลง ดิพทีเร็กซ์ลง ทั้งๆที่ไม่เห็นอะไรเลย รู้แต่มันป่วย)
2) ผลก็คือ รอดก็รอด ตายก็ตาย พอเห็นตัวร่อแร่ จับมาฉีด Cef-3 (ยาเทวดา) หรือ Amikacin(ที่บอกว่าดีกว่าCef-3อีก)สุดท้ายปลาตาย ก็บอก ขนาด Cef-3ยังเอาไม่อยู่ (ซึ่งมันไม่เกี่ยว มันตายเพราะ ดิพทีเร็กซ์ กับ ดีมิลีน มันทำลายตับ แล้วไป อัด Cef-3 / Amikazin ตับก็วายเลย ถ้านึกภาพไม่ออก ก็คล้ายๆกับ กินทุเรียน แล้วไปกินเหล้า นั่นแหละ
ที่ถูก ต้องเลือก Linco / Enro
แต่ถ้าจะให้ถูกจิงๆ ต้องเอาตัวป่วย หรือ อ่อนแรงออกมาก่อน แล้วค่อยใส่ดิมิลิน แล้วตัวแยกใส่ยาหรือฉีดยาให้ตรงโรคก่อน ส่วนหนอนก็เอาแหนบแบบฟันตะไปจุ่มดิพทีเร็กซ์ หรือด่างทับทิม ให้ชุ่มปลายแหนบ ก่อนแล้วค่อยหนีบที่หนอนแล้วดึงออกแล้วจับแช่ยา แล้วจับแชยาปฏิชีวนะก่อน คราวนี้ มันจะไม่ตาย(อาจจะไม่ได้สักตัวก็ได้(โม้นิดๆ)
อีกกรณีที่Classic แล้วเจอบ่อยมาก
1-เห็นตกเลือดตามเกล็ด(มักจะเหมาว่าเป็นแบคฯไว้ก่อน ทั้งที่มันอาจเป็นProtoZoaก็ได้)
2-เอายาเหลืองใส่ไว้ก่อน ใส่ไป 5 วันไม่ดีขึ้น
จับมาฉีด 2ตัวพระเอกเหมือนกันCef-3 / Amikazin สุดท้ายก็ตาย เพราะ เตตร้า ก็ทำลายตับเหมือนกัน
ต่อกรณีนี้ ถ้ามั่นใจว่าตกเลือดจากแบคทีเรีย หรือ โปรโตซัวเล็ก แล้วตัดสินใจแช่เตตร้าไปแล้ว ปรากฎว่ามัน Severe Sepsis ควร เลือก Linco หรือ Enroดีกว่าเช่นกัน
กรณีติดเชื้อร่วม ทั้งระบบหายใจ และทางเดินอาหาร ร่วมกัน(ตัวสั่นครีบลู่หางลีบแถมตาขุ่นหายใจช้าเบา แต่ท้องป่องตัวบวมเกล็ดตั้ง) ไม่ขอแนะนำ เพราะยากแก่การวินิจฉัยว่าควรจะรักษาระบบใดก่อนต้องขอดูเป็นรายๆ โอกาสรอดก็มีถ้าผู้จ่ายยา เข้าใจลึกซึ้ง และสามารถวินิจฉัยได้ว่าควรจัดการแอนเอโรบที่เหงือกก่อนด้วยLincoฯ หรือ จะเอาลำไส้ด้วยEnroก่อนหรือจะเบิ้ล หรือจะสาดด้วยCef-3 แล้วตามด้วยLincoมันก็ต้องดูเป็นรายๆ จากตัวอย่างที่ให้ไปคงเห็นแล้วว่า สรรพคุณไม่ได้ไกล้กัน แล้วใช้ตัวอะไรก็ได้เหมือนกัน อย่างที่เคยเข้าใจ
ขออภัยอีกครั้ง ถ้ามันจะทำให้หลายท่านไม่สบายใจฮะ
รอดหรือตาย บางครั้งท่านเองก็เป็นผู้ลิขิตให้ปลา
ผมเขียนยาว เพื่อเขียนให้คิดวิธีรักษาเองได้ มากกว่าให้ท่านจำเอาไปใช้
เลยเขียนสั้นกว่านี้ไม่ได้
คงต้องให้ท่านอื่นมาช่วยย่อน่ะครับ 
|
|